Usability คืออะไร?

ทำ blog เรื่อง Usability และ UI Patterns ทั้งที Post แรกก็ควรจะอธิบายเสียก่อนว่ามันคืออะไร มีประโยชน์ยังไง ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่เข้าใจว่าทำไม Usability จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการออกแบบสินค้าหรือบริการ

wikipedia ให้ความหมายของ usability แบบกว้างๆ ไว้ว่า

Usability is a term used to denote the ease with which people can employ a particular tool or other human-made object in order to achieve a particular goal

แปลเป็นไทยแบบให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ

Usability คือ คำที่ใช้แสดงถึง ความง่ายที่คนจะสามารถใช้เครื่องมือที่คนอื่นสร้างขึ้นเพื่อที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง

จากความหมายข้างบนจะเห็นได้ว่า Usability เป็นอะไรที่กว้างมากๆ เพราะมันครอบคลุมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่แค่หน้าจอโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

แต่ในทางคอมพิวเตอร์ หลายๆ ครั้ง Usability ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความง่าย” แต่รวมไปถึง elegance and clarity ด้วย

อย่างเช่น “ถังขยะรวม” นี่ก็ถือว่าเป็นสินค้าที่มี Usability ดีมากๆ ใครก็ใช้ได้ เพียงแค่ทิ้งอะไรลงไปก็ถือว่าเราได้ทำไรบางอย่างให้เรียบร้อยแล้ว (ในที่นี่คือทิ้งขยะ)

แต่ถ้าเป็น “ถังขยะแยก” นี่ก็จะใช้ยากหน่อย เพราะคนใช้ต้องมีความรู้พอควร แบบนี้แปลว่า Usability ไม่ดี เท่าที่ควร ถ้าจะให้ดีต้องทิ้งลงถังเดียวแล้วถังขยะฉลาดพอที่จะไปแยะขยะเอาเอง แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีใครลงทุนทำขนาดนั้นรึเปล่า พอทุนไม่ถึงก็เลยผลักภาระมาให้ผู้ทิ้งขยะโง่ๆ แบบเราต้องจำกันเอาเองว่า สีไหนคือขยะประเภทอะไร

iPhone นับเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จในด้าน Usability เป็นอย่างมาก ผมเลยจะใช้ iPhone เป็นตัวอย่างในโพสนี้ละกัน (ภาพข้างล่างนี้ผมเอามาจาก ลิงค์นี้ครับ)

เคยคิดกันมั้ยครับว่าเวลาเห็นคนใช้ iPhone แล้วรู้สึกว่ามันเท่ห์จัง?

ผมเป็นคนนึงที่รู้สึกแบบนั้น จนอดไม่ไหวต้องไปเอาของเพื่อนมาลองเล่น พอได้เล่นแล้วก็รู้สึก “เฮ้ย เจ๋งว่ะ” เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้ใช้นิ้วในการเลื่อนไปมา, ซูมเข้าซูมออก ไม่ใช่แค่เท่ห์ แต่รู้สึกว่ามัน “ง่าย” ด้วย

แล้วเคยคิดกันมั้ยครับว่าทำไมมันถึงเท่ห์และง่ายได้ขนาดนี้? Apple มันฟลุครึเปล่าที่ทำออกมาแล้วมันถูกใจเรา?

เราจะมาลองค้นหา “เหตุแห่งความเท่ห์และความง่าย” ของ iPhone กันนะครับ

  • Multi-Touch ในการซูมเข้าซูมออก – โลกนี้มี multi-touch มานานแล้วนะครับ นานก่อนที่ iPhone จะเกิดซะอีก แต่ยังไม่เคยมีใครเอา multi-touch มาใช้แล้ว “เกิด” เท่า iPhone มาก่อน มือถือบางรุ่นมี multi-touch แต่ตอนดูรูปก็ยังต้องกดปุ่ม “ซูมเข้าซูมออก” ไม่เหมือน iPhone ที่ใช้ multi-touch ในการควบคุมการซูม ซึ่งทั้งใช้ง่ายกว่าแถมใช้แล้วยังดูเท่ห์กว่าอีกต่างหาก (ตามนิยามของ usability เลย “ความง่ายในการทำบางสิ่งบางอย่าง”)iphone usability
  • สไลด์ในการปลดล็อคหน้าจอและรับโทรศัพท์ – สมัยก่อนเวลาจะปลดล็อคก็ต้องกดปุ่มสองปุ่มติดต่อกัน (เหมือนกดสูตรเกม อะไรประมาณนั้น) แต่ iPhone กับใช้ feature ที่ตัวเองมีนั่นคือ touch screen ในการตอบคำถามเรื่องนี้ และผมคิดว่านี่เป็นวิธีที่ฉลาดมากๆ เพราะ iPhone คือมือถือ จุดประสงค์หลักของมือถือก็คือเอาไว้โทรศัพท์ ดังนั้นโอกาสที่คุณจะได้สไลด์เพื่อรับโทรศัพท์จึงมีเยอะมากๆ ทำให้โอกาสที่คนจะเห็นคุณสไลด์เพื่อรับโทรศัพท์ (และคิดว่ามันเท่ห์จัง) มีเยอะมากขึ้นไปด้วย
  • Application ใน iPhone สามารถเรียนรู้ได้ง่าย – ดูภาพด้านล่างประกอบนะครับiphone usability

มันเป็นความตั้งใจของคนทำ iPhone เลยนะครับ ในการที่จะวางองค์ประกอบต่างๆ ไว้ในตำแหน่งที่เหมือนกัน ภาพข้างบนนี้แสดงให้เห็นถึงการวางช่องสำหรับค้นหา (search box) ไว้ข้างบนเสมอ ดังนั้น พอเราเริ่มใช้ iPhone ไปซักพักเวลาเห็นอะไรขึ้นมาให้พิมพ์อยู่ตำแหน่งบนสุด สมองเราก็จะเริ่มเดาเอาเองไปก่อนเลยว่า “มันคือปุ่มค้นหา” และถ้าเราเดาถูก สมองเราก็จะหลั่งสารที่ทำให้เรามีความภาคภูมิใจและมีความสุขออกมา ดูตัวอย่างอีกภาพ

ในรูปแผนที่นี้ คนเคยใช้ iPhone จะรู้ทันทีว่าสามารถซูมเข้าซูมออกได้โดยใช้ multi-touch โดยไม่ต้องมีใครมาบอก

  • มีช่องว่างระหว่างปุ่มทำให้กดง่าย – อันนี้ฟังดูไม่มีอะไร แต่ถ้าคุณเคยออกแบบหน้าตาของ web site หรือ application จริงๆ จะรู้ดีว่าปัญหาพื้นที่ไม่พอคือ 1 ในปัญหาโลกแตก แล้วนี่ยังจะต้องเว้นพื้นที่ว่างระหว่างปุ่มอีก ผมเดาเอาเองว่าไอ้คนออกแบบมันคงบอกว่า “เชรี่ย พื้นที่ก็มีกระจึ๋งนึง ยังจะให้กรูใส่ช่องว่างอีก จะใส่ไปทำติ่งไรฟะ!?!?!?!”

ตอนนี้คนออกแบบ UI คนนั้นคงเข้าใจแล้วว่า “พื้นที่ว่างเล็กๆ” ที่ใส่มามันมีค่าแค่ไหน

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะครับ ยังมีอีกเยอะเลย สิ่งที่ผมเอามาเขียนเกี่ยวกับ iPhone เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับการคิดและประดิษฐ์อย่างตั้งใจโดย Apple ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่า มีพื้นที่ว่างก็วางปุ่มไปแบบสั่วๆ

ทุกอย่างที่เราเห็นใน iPhone ล้วนมีเหตุผลในตัวของมัน

อ่านมาถึงตอนนี้คงเข้าใจกันแล้วว่า Usability คืออะไร ส่วนประโยชน์ของมันหลักๆ ก็คือ (จาก wikipedia ครับ)

  • Higher revenues through increased sales
    • ก็ของมันดี, ของมันง่าย, ของมันน่าใช้ ก็ย่อมขายได้มากขึ้นเป็นธรรมดา
  • Increased user efficiency and satisfaction
    • คนใช้มีความสุข แล้วใช้ก็อยากใช้อีก ผลลัพท์ของข้อนี้คงไม่พ้น “การบอกต่อ” พอคนบอกต่อมากๆ ก็ไปเข้าประโยชน์ข้อข้างบนคือขายได้มากขึ้น
  • Reduced development costs
    • ข้อนี้เป็นข้อที่หลายๆ คน เข้าใจผิดคิดว่าการทำ Usability คือการเพิ่มงาน แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะ Usability จริงๆ จะเริ่มตั้งแต่การออกแบบ ถ้าเรามี Usability guideline ที่ชัดเจนแล้ว เวลาทำอะไรก็จะง่ายและเร็วขึ้น เช่น ถ้าตัดสินใจให้วางปุ่ม search ไว้ข้างบน ต่อไปไม่ว่าทำอะไรก็ต้องวางปุ่ม search ไว้ข้างบนเสมอ เป็นต้น ถ้าไม่มีการวางแผน usability ที่ดี ก็ต้องมาเสียเวลาตัดสินใจทุกครั้งไปว่า จะเอาไอ้ปุ่ม search นี่ไว้ไหนดี (วะ)
  • Reduced support costs
    • ของง่ายๆ คนก็ใช้กันเป็น คนก็ไม่สงสัย เราก็ไม่ต้องคอย support คุณเคยสงสัยมั้ยว่า ถังขยะที่ใช้เท้าเหยียบเพื่อเปิดฝาเนี่ย มันใช้ยังไง? ผมมั่นใจว่าคุณคงไม่เคยสงสัยและคงไม่เคยโทรไป call center ของผู้ผลิตถังขยะเพื่อถามวิธีใช้แน่นอน

หวังว่าโพสนี้คงทำให้ผู้อ่านเข้าใจ Usability มากยิ่งขึ้น และมีความรู้สึกอยากจะพัฒนา Usability ของสินค้าหรือบริการของตัวเองนะครับ

ในโพสต่อๆ ไปผมจะเขียนถึงวิธีในการทำ Usability สำหรับ web และ application หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับหลายๆ คนนะครับ

2 thoughts on “Usability คืออะไร?

  1. ชอบครับมีคน twt มาเลยจะติดตามต่อครับกำลังฝึกฝนหลายอย่างเหมือนกันขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่ดี จัดเรียงให้อ่านง่ายครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>