หลังจากเราเข้าใจถึงวิธีการทำ usability testing คร่าวๆ จาก ภาค 1 แล้ว วันนี้เราจะมาต่อกันในรายละเอียดวิธีการหาคนมาทดสอบที่ Wikipedia ใช้
ก่อนที่จะเลือกใครซักคนมาทำ usability testing ให้ เราต้องมี criteria ในใจก่อนว่า ต้องการคนแบบไหน ยกตัวอย่างว่าเรากำลังจะทำ usability testing ของเว็บขายของ เราก็อาจจะเลือกคนที่มีลักษณะหลายๆ อย่าง เช่น
| ประเภทที่ | เพศ | อายุ | เคยซื้อของออนไลน์ | อาชีพ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชาย | 15-20 | เคย | เลขา |
| 2 | หญิง | 15-20 | เคย | เลขา |
| 3 | หญิง | 20-30 | เคย | พนักงานบริษัท |
| 4 | หญิง | 30-40 | ไม่เคย | แม่บ้าน |
โดยลักษณะที่จะเลือกมานั้นต้องเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราด้วย อย่างตอนนี้เรากำลังจะหาคนมาลองใช้เว็บขายของ ก็ต้องเลือกคนที่เค้ามีโอกาสที่จะเข้ามาใช้เว็บของเรา หรือคนที่เป็นกลุ่มตลาดหลักของเรา ไม่ใช่ไปชี้หน้าเรื่อยเปื่อย
แต่ละประเภทก็ต้องเลือกมาหลายๆ คน จะได้สามารถหา average ได้
…
Wikipedia เลือกใช้บริการของ Etinio ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในด้านการหาคนมาทดสอบผลิตภัณฑ์ แล้วก็เอาหน้าต่างโฆษณาที่รูปด้านบนมาโฆษณาในเว็บไซต์ของ Wikipedia เองเพื่อให้คนสมัครเข้ามา
มีคนเข้ามาช่วย wikipedia ทำ usability testing ทั้งสิ้น 1181 คน!
หลังจากได้คนแล้วก็ต้องมากำหนดว่าจะให้แต่ละคนทำอะไรบ้าง
wikipedia ได้เตรียม script ไว้ (ดูัตัวเต็มได้ที่นี่) ซึ่งใน script ก็จะมีตั้งแต่กล่าวทักทาย, แนะนำตัว, สอบถามพื้นเพสั้นๆ จากนั้นก็จะให้แต่ละคนเริ่มทำตามสิ่งที่ wikipedia ต้องการ test
อันนี้เป็นตัวอย่างบางส่วนสำหรับ task ที่ wikipedia ให้คนมาลองทำครับ
- Finding and using the various modes of editing (“edit this page” vs. section edits)
- Adding personal content or information to an existing article
- Looking at Discussion Pages
- Adding comment/thread to a discussion page.
ความต้องการของแต่ละเว็บก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นเว็บขายของก็อาจจะเป็นประมาณว่า
- หาสินค้าชื่อ “iPhone”
- หาว่าสินค้า “iPhone” มี review ทั้งหมดกี่อัน
- ซื้อสินค้า “iPhone” โดยเลือกวิธีการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต
จากนั้นก็ต้องมานั่งดูว่า คนที่เราให้เค้ามาทดสอบระบบเราทำอย่างที่เราต้องการให้เป็นหรือเปล่า เช่น การหาสินค้านี่เค้าใช้ปุ่ม search มั้ย รึเค้าไปกดปุ่มอื่นเอา เป็นต้น
…
สรุปแล้ว Usability testing ก็คือการเรียนรู้พฤติกรรมของคนนั่นเอง
