การทำ Web usability testing แบบไม่ต้องลงทุน

หลายๆ คนก็พอจะรู้จัก usability กันมาบ้างแล้วว่ามันคืออะไร ตอนนี้เราจะมาพูดถึงเืรื่องการทำ Usability testing ครับ

Usability testing นั้นก็คือวิธีการทำ test แบบหนึ่ง แต่ไม่เหมือนการ Test software แบบธรรมดานะครับ เพราะคนที่จะช่วยเราทำ usability testing ไม่จำเป็น ที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์มากนัก ยิ่งเป็นการทำ Web usability testing นี่ยิ่งควรจะให้คนที่ไม่ได้เรียนคอมมาทำให้เลยครับ

Web usability testing นั้น สามารถทำเองได้ง่ายมากโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะ ขั้นตอนในการทำประกอบด้วย

1. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

ขั้นตอนนี้ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด คุณต้องดูว่าเว็บของคุณทำขึ้นมาเพื่ออะไรก่อนเป็นอันดับแรก กลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาเล่นเว็บคุณมีใครบ้าง แบ่งออกมาเป็นกลุ่มๆ ให้ชัดเจน เช่น ถ้าทำเว็บขายของ ก็อาจจะแบ่งกลุ่มคนที่จะเข้ามาใช้เว็บคุณออกเป็น

  1. ผู้ซื้อ
  2. ผู้ขาย

2. กำหนดเป้าหมายในการทดสอบ

หลังจากรู้แล้วว่า กลุ่มลูกค้าของเว็บเราคือใคร เราก็ต้องมามองว่า เราต้องการจะทำ usability testing เพื่ออะไร เช่น

  • ทำเพื่อทดสอบว่าระบบการซื้อสินค้าปัจจุบันใช้งานง่ายรึเปล่า เวลาคนมาซื้อสามารถทำรายการสั่งซื้อได้สำเร็จหรือไม่
  • ทดสอบระบบการเพิ่มสินค้าว่าสามารถใช้งานได้ง่ายหรือไม่

ต้องกำหนดออกมาอย่างชัดเจน ว่า function อะไรคือสิ่งที่คุณอยากจะปรับปรุง (ถ้าอยากจะปรับปรุงทั้งเว็บเลยก็ขอให้ใจเย็นๆ ครับ ค่อยเป็นค่อยไป)

3. สร้าง Script สำหรับการทดสอบ

หลังจากรู้แล้วว่าจะทดสอบอะไรกับใคร คุณก็ต้องเขียน script ออกมาว่า ในการทดสอบนั้นคุณจะให้เค้าทำอะไรบ้าง

นี่ืคือตัวอย่าง script อย่างย่อสำหรับทดสอบระบบการหาสินค้าและสั่งซื้อสินค้าครับ

ให้คุณทำการเข้าเว็บ www.xxx.com เพื่อทำการซื้อสินค้าชื่อ “แปรงสีฟันซิสเทมม่า” และใำห้ทำการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

เป็นไงครับ ง่ายและสั้นมั้ยครับ? นีคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นทำ usability testing ครับ ดังนั้น ยังไม่ต้องลงรายละเอียดมากนัก (ผมจะเขียนถึงการเขียน script อย่างละเอียดในโพสต์ต่อๆ ไปนะครับ)

4. รับสมัครคนมาทดสอบ

คุณรู้กลุ่มเป้าหมายคุณอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ต้องไปหาคนเหล่านั้นมาครับ เริ่มต้นแค่ 3 คนก็พอ อาจจะชวนเพื่อนๆ คุณมาก็ได้ บอกเค้าว่ามาช่วยเล่นเว็บหน่อย เสร็จแล้วเดี๋ยวพาไปเลี้ยงข้าวตอบแทน :)

คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า 3 คนจะพอเหรอ กลุ่มตัวอย่างนี้น้อยไปหรือเปล่า คำตอบก็คือ ถ้าคุณมีงบเพียงพอก็ควรจะจ้างมากกว่า 3 คนครับ แต่นี่เนื่องจากเป็น usability testing แบบลงทุนน้อยเลยใช้แค่ 3 คนก็พอ

5. ทดสอบ!

ก่อนที่จะให้คนที่คุณหามาเริ่มทำการทดสอบ คุณต้องเตรียมสภาพแวดล้อมในการทดสอบให้เค้าก่อนนะครับ

ในการทำ usability testing แบบหรูๆ แพงๆ เค้าจะพวกคนที่มาทดสอบ (เรียกว่า subject ละกัน) เข้ามานั่งในห้องคอมพิวเตอร์ที่มีกล้องวงจรปิด และกระจกให้ผู้สังเกตุการณ์ (เรานั่นเอง) นั่งดู ทุกอย่างที่เค้าคลิก ทุกอย่างที่เค้าพูดจะถูก record ไว้หมด … คล้ายๆ กับเรียกเ้ข้ามาสอบปากคำน่ะครับ :)

แต่ถ้าคุณไม่มีเงินขนาดนั้น ก็ลงโปรแกรมอัดวิดีโอจากหน้าจอและอัดเสียงพูดไว้ก็พอครับ จากนั้นก็ให้เค้ามาเริ่มใช้ได้เลย

ตอนที่เค้าเริ่มทำ usability testing สิ่งที่สำคัญมากอย่างนึงก็คือ เวลาเค้าคิดอะไรหรือจะทำอะไร เค้าต้องคิดออกมาดังๆ ครับ นั่นก็คือต้องพูดออกมาเลย เช่น ถ้าเค้ากำลังหาปุ่ม search อยู่ เค้าก็ต้องพูดออกมาเลยว่า “เนี่ย ปุ่ม search อยู่ไหนน้าาา”

นี่คือเหตุผลที่เราต้องอัดเสียงเค้าไว้ด้วย

6. สอบถามกลุ่มผู้ทดสอบ

หลังจากเค้าทำการทดสอบให้เราแล้ว ก็จะเข้าสู่ session การสอบถามถึงการกระทำของเค้า ว่าเพราะอะไรเค้าถึงทำอย่างนั้น, ทำไมเค้าถึงคลิกปุ่มนี้ก่อนคลิกปุ่มนั้น เป็นต้น

โดยคำถามพวกนี้จะขึ้นอยู่กับการกระทำของคนที่ทำการทดสอบนั้นๆ ครับ ซึ่งอาจจะรวมถึงถามความรู้สึกเค้าด้วยว่าเค้ารู้สึกยังไง ใช้ง่ายมั้ย, ใช้แล้วปวดหัวมั้ย, ใช้แล้วรู้สึกดีมั้ย เป็นต้น

7. รวบรวมและปรับปรุง

สุดท้ายก็คือการรวบรวมสิ่งที่ได้รับมาและนำเอามาเข้าประชุมว่าจะปรับปรุงมันยังไง หลังจากปรับปรุงเสร็จก็ควรจะทำ usability testing ซ้ำอีกครั้งหนึ่งกับกลุ่มทดสอบคนใหม่

นี่คือวิธีการทำ usability testing แบบต้นทุนต่ำและเห็นผลไวครับ ใครไปทำแล้วได้ผลยังไงก็เอามาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

3 thoughts on “การทำ Web usability testing แบบไม่ต้องลงทุน

  1. อย่างในเมืองไทย การทำเว็บไซต์ มีการทำ usability testing อย่างจริงจังรึเปล่าครับ? หรือส่วนใหญ่เป็นการอ้างจากผลวิจัยต่างๆที่มีอยู่

    พอดีสนใจทางด้านนี้ครับ แต่ว่าอยากจะทราบว่า ในเมืองไทย มีแหล่ง หรือกลุ่มคนที่ทำงานด้านนี้มากน้อยเพียงใดครับ
    ขอบคุณครับ

  2. เท่าที่รู้ยังไม่มีแหล่งที่ทำอย่างจริงจังนะครับ ประมาณว่า บริษัทรับทำ usability เลยนี่ยังไม่เห็นนะครับ ส่วนใหญ่จะออกเป็นแนวที่ปรึกษามากกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>