เมื่อวานนี้มีโอกาสได้อ่านบทความเรื่อง
Editorial: 10 outdated elements of desktop operating systems ของ Engadget (รู้จาก @markpeak อีกที) Continue reading
เมื่อวานนี้มีโอกาสได้อ่านบทความเรื่อง
Editorial: 10 outdated elements of desktop operating systems ของ Engadget (รู้จาก @markpeak อีกที) Continue reading
หลังจาก search engine อย่าง google ประสบความสำเร็จ SEO ก็กลายเป็นเรื่องที่คนทำเว็บ, คนออกแบบเว็บ ไปจนถึงนักการตลาดต่างพูดถึงว่ามันเป็นเรื่องที่ สำคัญและขาดไม่ได้
ก่อนจะไปต่อขออธิบายสั้นๆ ก่อนว่า SEO คืออะไร
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นเทคนิคสำหรับการทำให้ web site ติดอันดับต้นๆ ใน search engine ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การใช้ keyword ซ้ำๆ, การใช้ tag H1 เพื่อเน้นข้อความที่สำคัญ เป็นต้น SEO เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ถ้าสนใจสามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ครับ
พอรู้จัก SEO แล้ว มาทำความเข้าใจกันว่า SEO กับ Usability มันเกี่ยวข้องกันยังไง?
…
SEO คือการปรับแต่ง website เพื่อให้ bot ของ search engine สามารถเข้ามาอ่านได้และแยกแยะได้ว่า web เราเกี่ยวกับอะไร มีความสำคัญขนาดไหน
Web usability คือการปรับ website เพื่อให้ คน สามารถเข้ามาใช้งาน website ของเราได้ ตามที่เราต้องการ
…
จะเห็นว่า 2 อย่างนี้คล้ายกันมาก แตกต่างตรงที่ เราต้องการทำ website ให้ คนอ่าน หรือทำให้ คอมพิวเตอร์อ่าน
โดยส่วนตัวผมคิดว่า 2 เรื่องนี้มีความสำคัญพอๆ กัน ควรจะเดินทางสายกลางคือทำให้ดีทั้งคู่ ไม่ใช่ทำด้านใดด้านหนึ่งมากไปหรือน้อยไป
อย่างที่ผมบอก “ทางสายกลาง” ครับ
…
มาถึงจุดนี้ฟังดูเหมือนง่าย แต่การที่จะทำทั้งสองเรื่องนี้ให้ได้ดีควบคู่กันไปนั้นต้องใช้ทั้งเวลาและบุคลากรที่มีความรู้ ท้ายที่สุดก็คือ ต้นทุน ที่เพิ่มขึ้น ผมคิดว่านี่เป็น 1 ในเหตุผลที่ website ในไทยไม่ได้สนใจลงทุนทำ Usability มากนัก
…
ในตอนนี้ website ในเมืองนอกตื่นตัวกันมากในเรื่อง Usability หลายๆ เว็บที่ทำแต่ SEO มานานต่างเริ่มตั้งทีมและหาที่ปรึกษาเพื่อทำ Usability เพื่อที่จะได้แน่ใจว่า คนจะสามารถหาเว็บเราเจอจาก search engine และสามารถใช้งาน website ของเราได้อย่างง่ายดายและมีความสุข ซึ่งสุดท้ายก็จะนำมาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้าและรายได้ของ website ที่เพิ่มมากขึ้น เหมือนที่ webcredible เขียนเอาไว้ว่า
SEO and usability improvements implemented together can result in dramatic changes in traffic and conversions
อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับ website ที่อยากรู้ว่าตัวเองมีปัญหา Usability หรือไม่ สามารถเริ่มทำได้ง่ายๆ ครับ ด้วยการติดตาม UiCurry (แอบโฆษณา) ผมจะเขียนวิธีการตรวจสอบและจัดการปัญหา Usability ต่างๆ ออกมา
หรือสามารถคุยกับผมได้ที่ twitter ครับ
ใน wikipedia-th ได้อธิบายคำนี้ไว้ว่า
KISS เป็นหลักการณ์ที่นิยมกล่าวถึงในขั้นตอนการออกแบบ และการวางแผนเพื่อเตือน ให้หลีกเลี่ยงความซับซ้อนของงาน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นในระยะต่างๆ ที่มาของคำไม่มีที่มาแน่นอน
KISS เป็น 1 ในหลักการสำคัญของ Usability เอาง่ายเข้าไว้ก่อนแล้วอะไรๆ มันก็จะดีเอง
ถ้าอธิบายแบบแรงๆ หน่อยก็คงประมาณว่า “เอาให้โครตง่ายจนคนโครตโง่เข้าใจ”
KISS เป็น concept ที่อธิบายได้ง่ายมาก แต่เอามาปฏิบัติ (โครต) จะยาก เพราะการทำ web site หรือออกแบบสินค้าใดๆ จะมี requirement เยอะเท่าภูเขา ทำออกมาแล้วก็จะมีนู่นนี่นั่นมากมาย ถ้าเป็น web ก็จะดูรกๆ มีอะไรให้คลิกเยอะเหลือเกินจนไม่รู้จะคลิกอะไรตรงไหนดี
สุดท้ายก็ user ก็คลิกเอาอะไรซักปุ่มแล้วก็เล่นแค่นั้นแหล่ะ คุณทำออกมา 100 แต่มีคนใช้สิ่งที่คุณทำออกมาแค่ 10 ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่คุณทำไม่ดี แต่น่าจะเป็นเพราะว่า “ไม่มีใครเข้าใจคุณเท่าตัวคุณเอง”
…
คนทำ ทำเอง ใช้เอง อะไรๆ มันก็ง่ายไปหมด เพราะคนทำรู้ว่าทำอะไรแล้วจะได้อะไร
แต่ถ้าให้คนอื่นมาลองใช้สิ่งที่คุณทำ คนอื่นซึ่งมีความรู้ในสิ่งที่คุณทำเท่ากับ “ศูนย์” เค้าจะไม่มีทางใช้มันได้เท่าที่คุณใช้แน่นอน และจุดนี้เป็นที่มาของ Usability testing (เอาไว้ผมมาอธิบายเรื่องนี้เพิ่มในโพสถัดๆ ไป)
สิ่งสำคัญที่คุณต้องจำเอาไว้เลยก็คือ
“อย่าคิดว่าคนอื่นจะเข้าใจอะไรๆ เหมือนคุณ”
…
ขอยกตัวอย่างสิ่งที่ไม่เข้าใจเรื่อง KISS อย่างแรงให้ฟังนะครับ…สิ่งนั้นคือ…
…นักวิชาการ…
อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า Usability ใช้อธิบายได้แทบจะทุกเรื่อง การแสดงออกของคนก็ถือว่าเป็น Usability อย่างนึงนะครับ
…
หลายๆ คนน่าจะเคยฟังนักวิชาการออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ยิ่งเดี๋ยวนี้ออกมาพูดเกี่ยวกับการเมืองบ่อยเหลือเกิน
ลองฟังดูถ้าไม่ตั้งใจฟังมากๆ และมีความรู้ในเรื่องที่กำลังฟังพอตัวนี่ จะ “ไม่เข้าใจ” เลย เพราะพี่แกเล่นใช้ศัพท์แสงมากมายที่แสนจะเข้าใจยาก แล้วยังมีการทับศัพท์ภาษาอังกฤษมาอีก
คนดูทีวีเป็นล้านๆ ไม่รู้ว่ามีกี่คนเข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด
เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเหล่านักวิชาการเค้าไม่เข้าใจความหมายของ KISS ทำให้เค้าพูดในสิ่งที่มันยากให้กลายเป็นเรื่อง “โครตยาก” สุดท้ายก็เลยไม่มีใครเข้าใจแก
(แต่ก็มีเรื่องแปลกที่วัฒนธรรมไทยชอบยกยอพวกนักวิชาการที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเป็นคนที่มีความรู้ สมควรยกย่อง ยิ่งเค้าพูดอะไรเข้าใจยากยิ่งดูเท่ห์)
ผมมีอีกตัวอย่างนึงของคนที่เข้าใจในเรื่อง KISS เป็นอย่างดีครับ คนนั้นคือ
…ท่านนายก อภิสิทธิ์…
ใครเคยฟังท่านนายกตอบคำถามจะรู้เรื่องเลยว่า แกตอบอะไรที่ฟังดูเข้าใจง่าย และมีเหตุผลมากๆ ใครฟังก็รู้เรื่อง แม้ว่าหลายๆ ทีแกจะตอบนอกเรื่องก็ตาม แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่า ท่านมีความสามารถในการพูดเรื่องยากให้ฟังดูง่ายขึ้น
มีอีกคำพูดนึงที่เค้าชอบใช้กัน (และเป็นคำที่ผมชอบมาก)
do the simplest thing that could possibly work
หวังว่าต่อไปคนทำ web site หรือสินค้า จะทำให้มันออกมา “เข้าใจง่าย” กว่าเดิมนะครับ
ทำ blog เรื่อง Usability และ UI Patterns ทั้งที Post แรกก็ควรจะอธิบายเสียก่อนว่ามันคืออะไร มีประโยชน์ยังไง ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่เข้าใจว่าทำไม Usability จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการออกแบบสินค้าหรือบริการ